วิกฤตเศรษฐกิจที่หนักกว่าปี 40

ย้อนกลับไปเมื่อ 23 ปี ที่แล้ว กับวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ที่ทำเอาเศรษฐกิจไทยต้องพังทลาย มีนักลงทุนหลายท่านต้องการเป็นหนี้สินในชั่วเวลาข้ามคืน ห้างร้านบริษัทฯ เจ๊งกันระเนระนาด จากวันนั้นถึงวันนี้ ประเทศไทยผ่านพ้นช่วงวิกฤตมานับไม่ถ้วนหลังจากมีบทเรียนแสนแพงจากต้มยำกุ้ง แต่วันนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาระดับโลกที่จะทำให้วิกฤตเศรษฐกิจไทย ต้องจมดิ่งลงสู่ก้นเหวอีกครั้ง

จากเดิมที่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันอยู่แล้ว จนลุกลามเริ่มเป็นปัญหาการเมือง ที่คนไทยระดับนักศึกษาเริ่มก่อตัวสร้างกลุ่มแฟลชม๊อบเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อการบริหารบ้านเมืองที่ผิดพลาด ตลอดจนล่าสุดกับพิษระบาดระดับโลกของไข้โควิด19 ที่มีผลพ่วงเป็นลูกโซ่ ทำให้วงจรเศรษฐกิจทั่วโลกต้องหยุดชะงัก หลายๆประเทศต้องมีมาตรการปิดประเทศเพื่อไม่ให้คนเข้าออก ธุรกิจท่องเที่ยวมีผลกระทบโดยตรง ส่งผลทางอ้อมไปยัง ธุรกิจร้านค้าและโรงแรม ตลอดจนอาชีพพนักงานที่ให้บริการด้านพวกนั้นอยู่ ประเทศเกิดปัญหาเริ่มโยนความรับผิดชอบไปยังหน่วยงานต่างๆ

รัฐบาลเริ่มหาแพะรับบาป เรื่องเน่าเริ่มเฟะออกมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัยขาดตลาด สุดท้ายกลายเป็นคนของรัฐบาลเองที่กักตุนเอาไว้ขาย และรัฐบาลเองตอบสนองด้วยการหาคนปล่อยข่าวและแฉข่าวจริงแต่กลับไม่หาต้นตอของคนทำผิดที่กักตุนไว้ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ยิ่งตอบสนองถึงการบริหารของประเทศไทย ที่ทุกวันเริ่มเห็นบางสิ่งที่ประชาชนไม่อยากเห็น หลายๆครั้งที่รัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหา แต่กลับเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด

ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงินคนละ 1,000-2,000 บาท เพื่อให้คนไปจับจ่ายใช้สอย แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้คนไทยต้องการความมั่นใจและความปลอดภัยในการดูแลและรับมือปัญหาเรื่องโควิด 19 แต่จนแล้วจนรอดสิ่งที่รัฐบาลออกมาตอบทุกครั้งคือ เอาอยู่ แต่คำพูดพวกนี้หรือคำตอบที่เราได้ยิน เหมือนเป็นคำหลอกลวงโกหก ให้คนไทยเชื่อไปวันๆ และฝากชีวิตไว้บนเส้นด้ายกับคนกลุ่มรัฐบาลที่ไม่มีทักษะในการแก้ปัญหาในทุกๆ เรื่องๆ

ตอนนี้คนไทยเริ่มตื่นตระหนกและเริ่มกักตุนสินค้าและอาหารเพื่อใช้ในยามจำเป็น และไม่รู้ว่าปัญหาโควิดนี้จะแก้ได้เมื่อไหร่ ยิ่งนานวัน เศรษฐกิจไทยยิ่งพัง บริษัทฯ ร้านค้าเริ่มไม่มีรายได้จากการขายของ คนเริ่มตกงาน และหางานทำไม่ได้ พอหางานทำไม่ได้ ก็ออกมาขายของ แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ ก็จะมีแต่คนขายและไม่มีคนซื้อ คนเริ่มเก็บตัวอยู่บ้าน รถสาธารณะเริ่มไม่มีรายได้ อีกหน่อยมิจฉาชีพ ก็จะเริ่มออกอาละวาด ประเทศไทยจะเหลืออะไร

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์2020