ไปชมความงดงามของพระแกะสลักที่หน้าผาใหญ่ที่วัดเขาทำเทียมจังหวัดสุพรรณบุรี 

        วันนี้เราจะพาไปชมความงดงามที่หาดูได้ยากในวันนี้เราจะไปกันถึงที่จังหวัดสุพรรณบุรีค่ะซึ่งที่นี่จะมีพระพุทธรูปซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยการนำภูเขามาแกะสลักให้เป็นพระพุทธรูปองค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในอาเซียนเลยก็ว่าได้สำหรับวัดเขาทำเทียมแห่งนี้จะอยู่ที่อำเภออู่ทองซึ่งเราจะสามารถมองเห็นหน้าผาเป็นหน้าผาที่มีขนาดยาวมากๆ

แต่จะมีหน้าผาที่ยื่นออกมาแล้วถูกนำมาสร้างแกะสลักเป็นพระพุทธรูปหินที่มีความใหญ่และมีความงดงามเป็นอย่างมากสำหรับคนที่เริ่มอยากจะมีการทำพระพุทธรูปองค์ใหญ่แบบนี้ก็คือเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลย์ซึ่งก็คือเจ้าคุณสะอิ้งนั่นเองสำหรับประวัติการสร้างพระพุทธรูปหินองค์ใหญ่นี้ว่ากันว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 เดือนมีนาคมปีพศ 2557 แล้วก็สร้างกันอย่างยาวนานกว่าจะได้เป็นพระพุทธรูปหินองค์ใหญ่ที่สุดในอาเซียนอย่างนี้

โดยการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้นั้นจะมีการสร้างในรูปของปางโปรดพระพุทธมารดาหรือเรามีเรียกชื่อกันอีกแบบนึงว่าเป็นปางกตัญญูกตเวทีซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้นั้นมีความสูงถึง 35 เมตรเลยทีเดียวค่ะในทุกๆวันจะมีนักท่องเที่ยวพากันเดินทางมาเคารพสักการะพระพุทธรูปองค์นี้กันอย่างไม่ขาดสายซึ่งสถานที่ที่ใช้ก่อสร้างพระพุทธรูปหินอันนี้มีพื้นที่กว้างขวางใหญ่โตมากรวมแล้ว 100 กว่าไร่เลยทีเดียว

สำหรับหน้าผานี้ว่ากันว่ามีบริษัทหนึ่งมาทำสัมปทานการระเบิดหินเอาไว้และเมื่อหมดสัมปทานก็ปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าชาวบ้านก็เอาขยะมาทิ้งที่นี่วัยรุ่นก็มั่วสุมกันอยู่ที่นี่ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่อโคจรที่ต่างก็มีแต่เรื่องที่ไม่ดีมารวมตัวกันอยู่ที่นี่เต็มไปหมดทำให้เจ้าคุณสะอิ้งซึ่งตอนนั้นยังเป็นเจ้าคณะอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีเล็งเห็นแล้วว่าถ้าปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าแบบนี้ก็จะกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรมและเป็นแหล่งรวมตัวของกลุ่มอวัยวะต่างๆ

ดังนั้นเจ้าคุณสะอิ้งก็เลยจึงได้ทำเรื่องขอกับกรมป่าไม้ว่าอยากจะได้ที่บริเวณแห่งนี้ซึ่งที่นี่ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติเมื่อทำเรื่องเสร็จเรียบร้อยได้รับการอนุมัติแล้วเจ้าคุณสะอิ้งจึงได้มีการคิดหาวิธีที่จะทำอย่างไรที่จะเป็นการดึงดูดให้ประชาชนและชาวบ้านได้มาสนใจในรสพระธรรมคำสั่งสอนของพระศาสนาหลังจากนั้นก็เลยคิดที่จะทำบริเวณหน้าผาที่เคยมีการถูกระเบิดหินนี้ออกมาเป็นแกะสลักเป็นรูปพระ

ซึ่งในครั้งแรกนั้นมีการแกะสลักเหมือนกับหัวมังกรแล้วด้านข้างของหน้าผาหินนั้นก็มีการแกะสลักคล้ายๆเหมือนกับปีกนกเอาไว้ทำให้ดูแล้วเหมือนกับหน้าผาแห่งนี้เป็นหน้าผามังกรที่บินง่ายดังนั้นชาวบ้านจึงเรียกหน้าผาแห่งนี้ว่าหน้าผามังกรบินที่นี่ใช้ระยะเวลานานเกินกว่า 5 ปีกว่าจะทำสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างและเป็นที่สนใจของคนไทยและคนต่างชาติหากใครจะเดินทางมาที่นี่แนะนำว่าให้เตรียมหมวกและร่มมาด้วย

เพราะที่นี่ถึงแม้ว่าจะเป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวแต่ก็ยังไม่ได้มีการปลูกสิ่งก่อสร้างใดๆเช่นต้นไม้ดังนั้นหากมาเที่ยวในช่วงเวลากลางวันแดดจะร้อนมากๆแต่ก็ถือได้ว่าที่นี่ยังมีอากาศดีสดชื่น นอกจากจะสามารถมาเคารพสักการะองค์พระแล้วเรายังสามารถที่จะทำการเข้าไปเยี่ยมชมความงดงามของในถ้ำซึ่งมีการขุดเจาะเอาไว้ซึ่งในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาว่าจะมีการจัดงานเวียนเทียนรอบค่ำซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เรียกนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  huaydee

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa